เฮ้ยซวยแล้ว! ขับรถเช่าแล้วเกิดอุบัติเหตุ

รถเช่าแล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้น จำต้องทำยังไงบ้างเมื่อใช้บริการ

เข้ามาดูกันเลยดีกว่าว่า เพื่อที่ถ้าเกินเรื่องนั้นขึ้นจริงๆจะได้รับมือได้ถูก เพื่อเป็นแถวทางสำหรับกลุ่นคนที่ถูกใจเช่ารถยนต์ไปท่องเที่ยวในชนบทหรือเช่ารถยนต์เพื่อใช้เพื่อการดำเนินงาน การขับรถเช่าหรือการขับรถส่วนตัวบนถนนหนทางนั้น จังหวะที่จะเกิดอุบัติเหตุคิดไม่ถึงนับว่ามีเสมอกัน

 

1.โทรติดต่อผู้ให้บริการรถเช่าในทันที เพื่อเรียกบริษัทสัญญาประกันภัย โดยใช้ลำดับที่ติดต่อรีบด่วน 1 วันของบริษัทรถเช่า มองได้จากสติกเกอร์ติดอยู่ที่หน้ากระจกรถ ต่อจากนั้นก็คอยให้ผู้แทนจากบริษัทสัญญาประกันภัยมาถึงจุดเกิดเหตุ

สำหรับในกรณีที่ผู้เช่าใช้คูปองเช่ารถยนต์แบบรับรองชั้น 1 ไม่มีดีดัก ผู้เช่าจะไม่ต้องรับผิดชอบค่าปรับใดๆก็ตามทั้งหมด เว้นเสียแต่ยางรถยนต์กับกระจกรถเสียหาย ในช่วงเวลาที่ถ้าเกิดผู้เช่าใช้คูปองเช่ารถยนต์แบบรับรองชั้น 1 มีดีดัก ผู้เช่าจะเสียค่า excess หรือค่าปรับส่วนแรกตามความทรุดโทรม จ่ายสูงสุดไม่เกิน 8,000 – 10,000 บาท สุดแต่รุ่นรถยนต์ที่เช่ารวมทั้งผู้ให้บริการ

อย่างไรก็แล้วแต่กติกาของแต่ละบริษัทอาจมีข้อแม้ในกรณีต่างๆที่นานับประการ ผู้เช่าสามารถไต่ถามได้จากข้าราชการคอลเซ็นเตอร์ของบริษัทรถเช่า ต่อจากนั้นทางข้าราชการบริษัทรถเช่าจะเป็นข้างติดต่อกับข้าราชการบริษัทสัญญาประกันภัย เพื่อไปพิจารณาพื้นที่เกิดเหตุอย่างพิถีพิถัน โดยถึงแม้คู่พิพาทจะรับผิด รวมทั้งเรียกรับรองของตนมาเพื่อออกใบเคลมให้ ผู้เช่าก็ยังจำเป็นต้องติดต่อเบอร์เร่งด่วน เพื่อเรียกรับรองของบริษัทรถเช่าให้ออกหลักฐานให้ผู้เช่าด้วย

 

2.ติดต่อตำรวจให้มาตรวจดูจุดเกิดเหตุ ไม่ว่าการชนคราวนั้นจะร้ายแรงไหมร้ายแรง มีผู้ป่วยหรือไม่ก็ตาม แม้กระนั้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้ว เว้นเสียแต่บริษัทรถเช่ากับบริษัทรับรองแล้ว ผู้เช่าก็ควรจะติดต่อผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เขตแดนมาจุดเกิดเหตุอยู่ดี เพื่อมาช่วยสัญญาประกันภัยจัดการในเรื่องทางกฏหมายให้เสร็จบริบูรณ์เป็นระเบียบ

 

3.อย่าย้ายที่รถยนต์กระทั่งตำรวจรวมทั้งรับรองจำดำเนินงานเสร็จ ข้อนี้เป็นสิ่งที่ควรจะทำไม่ว่ารถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุจะเป็นรถส่วนตัวหรือรถเช่า คนขับขี่ห้ามเปลี่ยนที่รถยนต์จวบจนกระทั่งตำรวจจะมาถึงจุดเกิดเหตุเพื่อทำเครื่องหมายก่อน ไม่ว่าเหตุการณ์ในช่วงเวลานั้นจะยุ่งยากตรากตรำเท่าใดก็ตาม คนขับขี่ก็จะต้องคอย ซึ่งระหว่างนั้นคนขับขี่ควรจะถ่ายภาพจุดเกิดเหตุให้มองเห็นเส้นแบ่งเลนจราจร , ทางเดินรถ เพื่อใช้เป็นหลักฐาน นอกเหนือจากการถ่ายตัวรถยนต์ ทะเบียนรถยนต์ ลักษณะการชน แล้วก็ภาพมุมกว้างของถนนหนทาง

ในกรณีที่รถเช่าได้รับความย่ำแย่ ไม่อาจจะใช้งานได้ ผู้ให้บริการรถเช่าจะจัดส่งรถเช่าคันใหม่ตอบแทนมาให้ ซึ่งจะช้าหรือเร็วขึ้นกับ ระยะทาง รวมทั้งสาขาที่ให้บริการ เร็วที่สุดเป็นไม่เกิน 1 วัน

 

4.เก็บหลักฐานการเคลมจากบริษัทสัญญาประกันภัย ภายหลังเกิดอุบัติเหตุแล้วจะมีเอกสารและก็รูปถ่ายให้ผู้เช่ารถยนต์เก็บจำนวนมาก ทางที่ดีเสนอแนะให้ผู้เช่าแยกแฟ้มออกมา 1 แฟ้มเพื่อใช้สำหรับในการเก็บเอกสารทั้งหมดทั้งปวง คงจะช่วยในเรื่องของความสบายในการจัดการกับเอกสารและก็ภาพถ่ายไม่น้อยเลยทีเดียว ที่สำคัญเป็นจำต้องเก็บไว้ให้ดีอย่าทำหาย

 

นอกเหนือจากนี้ ก็มีสิ่งที่ไม่สมควรทำ เมื่อรถเช่าเกิดอุบัติเหตุดังนี้
– ถ้าหากเกิดเหตุในยามค่ำคืน ไม่สมควรลงจากรถยนต์โดยทันที เพราะเหตุว่าบางทีอาจได้รับอันยี่ห้อจจากรถยนต์คันอื่น หรือคู่พิพาท ทางที่ดีควรจะเปิดสัญญานไฟเร่งด่วน แล้วอยู่ในรถยนต์ครู่หนึ่งเพื่อรอดูเหตุการณ์ก่อน

– ห้ามเข้าไปพูดจากับคู่แค้นหรือตกลงอะไรกับคู่ปรับเด็ดขาด ไม่ว่าพวกเราจะเป็นข้างไม่ถูกหรือไม่ก็ตามไม่สมควรกล่าวขออภัยออกไปก่อน จะต้องรอคอยให้ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์หรือบุคลากรจากบริษัทสัญญาประกันภัยมาก่อนถึงค่อยสนทนากับคู่ปรับได้

– อย่าไม่เอาใจใส่ในเรื่องเกี่ยวกับการถ่ายรูปเก็บหลักฐานทั้งรถยนต์ของคุณเอง รวมทั้งรถยนต์ของคู่พิพาท รวมทั้งกระทำเขียนข้อมูลของรถยนต์คู่แค้นไว้เผื่อมีการแอบหนีคดีเกิดขึ้น

– ห้ามรับเงินหรือคำแนะนำอะไรก็แล้วแต่จากคู่พิพาทโดยพละการ ไม่ว่าคู่พิพาทจะอ้างเรื่องเสียเวล่ำเวลาหรือเรื่องเฉพาะบุคคลใดๆ เมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้ว แม้คู่แค้นผู้รับผิด ก็อย่าพึ่งใจอ่อนรีบรับขอสนอหรือเงินเพื่อกระทำการตกลงความเด็ดขาด ด้วยเหตุว่าถ้าหากคนขับขี่พบว่าตนเองเจ็บหรือมีจุดที่รถยนต์เสียหายเพิ่มวันหลัง จะเรียกร้องค่าเสียหายเพิ่มได้ยาก ตัวเราเองจะไม่ไม่กำเนิดปัญหาตามมาในคราวหลังด้วย

 

ที่มา : http://lumpineecarrent.co.th

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *